℘ โครงการสัมมนาวิปัสสนาภาวนา ℘ “ ณ ประเทศเมียนมาร์ ”

℘ โครงการสัมมนาวิปัสสนาภาวนา ℘
(Seminarin Vipassanabhavana)
หลักสูตรประกาศนียบัตรวิปัสสนาภาวนา  ภาควิชาพระพุทธศาสนา คณะพุทธศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
โครงการขยายห้องเรียนวัดไชยชุมพลชณะสงคราม

จังหวัดกาญจนบุรี
“ ณ ประเทศเมียนมาร์ ย่างกุ้ง สิเรียม หงสา พระธาตุอินทร์แขวน เจดีย์ชเวดากอง”
ระหว่างวันที่ 24-26. เมษายน 2562

℘ โครงการสัมมนาวิปัสสนาภาวนา เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ℘

การศึกษาดูงานในครั้งนี้  ด้านอาจารย์ประจำหลักสูตรวิปัสนาภาวนา นิสิต พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ ประเทศเมียร์ม่าร์ นำโดย พระครูกิตติชัยกาญจน์ อาจารย์ประจำหลักสูตรคณะพุทธศาสตร์ พระครูกาญจนธรรมชัย  หัวหน้าอาจารย์ประจำหลักสูตรวิปัสนาภาวนา  พระครูศรีธรรมวราภรณ์ หัวหน้างานฝ่ายบริหารงานทั่วไป พระครูสุนทรกาญจนาคม พระปลัดธวัช สุทฺธจิตฺโต พระปลัดสมนึก คุณธมฺโม พระสมุห์สมโภชน์ อินฺทวิริโย และคณะนิสิตเจ้าหน้าที่ โดยได้เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ เมือง(ย่างกุ้ง) เดินทางสู่สนามบินมินกาลาดง

คณาจารย์และนิสิตสาขาวิปัสนาภาวนาเดินทางถึง ณ ประเทศเมียร์มาร์
คณาจารย์และนิสิตสาขาวิปัสนาภาวนาเดินทางถึง ณ ประเทศเมียร์มาร์

พระเจดีย์เชเวมอดอร์หรือพระธาตุมุเตา”

จากนั้นนั่งรถต่อไปยังเมืองหงษ์สาวดี หรือเมืองพะโค เพื่อพาคณะคณาจารย์ นิสิต เจ้าหน้าที่ กราบไหว้ “พระเจดีย์เชเวมอดอร์หรือพระธาตุมุเตา” เป็นเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญของเมืองหงสาวดี เป็นมหาเจดีย์เก่าแก่ยาวนานกว่า 2,000 ปี ตั้งอยู่กลางเมืองหงสาวดี   พม่าเรียกพระธาตุมุเตาว่า ชเวมอดอ’ ณ จุดอธิฐานอันศักดิ์สิทธิ์และเราสามารถนำธูปไปค้ำกับยอดของเจดีย์องค์ที่หักลงมาแล้วเอาหน้าผากไปแตะกับยอดองค์พระธาตุที่หักลงมาจะทำให้ชีวิตของคนคนนั้นไม่ว่าจะถึงช่วงชีวิตที่ตกต่ำยังไงเราก็ยังไม่ตกต่ำถึงที่สุดก็เปรียบเหมือนยอดพระธาตุที่ต่อให้ตกยังไงก็ตกไม่ถึงพื้นและทำให้ชีวิตของคนนั้นมีความมั่นคงถาวรและเป็นสิริมงคลได้

 

เจดีย์ชเวมอดอ ( เจดีย์พระธาตุมุเตา )

“พระธาตุอินแขวน” ก้อนหินแห่งศัทธา

จากนั้นคณะทัวร์นำเดินทางต่อสู่เมืองไจ้โท แห่งรัฐมอญเดินทางผ่านชมแม่น้ำสะโตง ลงจากรถทัวร์…. เริ่มต้นเดินทางด้วยรถกระบะสูง ซึ่งจุนักท่องเที่ยวได้ถึง 25 ชีวิต ขโยก โยกขึ้นลงดั่งรถไฟเหาะ  ครึ่งชั่วโมงก็ไปถึงจุดปล่อยเดิน ใครจะเดินหรือนั่งเสลี่ยงต่อกันไปก็ตามเเต่จิตศรัทธา ทางเดินเรียบสบาย เป็นทางถนนไม่ไกล เเละไม่ชันเท่าไหร่ เเต่ระหว่างทางที่ไป จะเจอพวกลูกหาบยกเสลี่ยง เพื่อท่านใดจะเดินไม่ไหว เดินกันได้สัก 1 ชั่วโมงก็ถึงโรงเเรมบนเขา และเข้าสู่ “พระธาตุอินแขวน” ก้อนหินแห่งศัทธา หรือ ไจ้ก์ทิโย หมายถึง หินรูปหัวฤๅษี เป็นก้อนหินสีทอง ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ คล้ายว่าจะหล่นลงมา แต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะตกลงมาแต่อย่างใด จึงเป็นความอัศจรรย์ที่เชื่อกันว่า เป็นหินที่พระอินทร์นำมาแขวนเอาไว้ และยังมีเจดีย์ที่สร้างไว้บนก้อนหิน ที่จำลองให้เป็นพระเกศแก้วจุฬามณี ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีจอ ที่ใครเกิดปีนี้ต้องหาโอกาสไปนมัสการสักครั้งหนึ่งในชีวิต และโดยช่วงเวลาตอนเย็น คณาจารย์ได้นำพานิสิตขึ้นไปกราบไหว้นมัสการ ณ บนพระธาตุอินแขวนเพื่อทำการสวดมนต์และนั่งสมาธิ เพื่อความเป็นสิริมงคล

พระธาตุอินทร์แขวน (กอ้นหินแห่งแรงศัทธา)

ส่วนในเช้าวันที่สอง วันที่ ๒๕  เราตื่นกันเเต่เช้าราวตี 5 เเล้วเดินเท้าเปล่าขึ้นสู่พระธาตุอีกครั้ง เพื่อตักบาตรแก่พระธาตุ และ คณะคณาจารย์ นิสิตและเจ้าหน้าที่ รวมกันถ่ายภาพหมู่

พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว” และ “พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี”

จากนั้น นำคณะเดินทางสู่กรุงหงสาวดี เพื่อกราบ “พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว” กราบนมัสการ “พระพุุทธรูปพระนอน” และ “วัดพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี หรือ พระนอนตาหวาน “ ที่มีพุทธลักษณะที่สวยงามมีความงดงามที่สุดของประเทศพม่า ทั้งพระพักตร์และขนตาที่งดงาม ดวงตาของท่านเป็นแก้ว

“พระราชวังบุเรงนอง”

และชมความงามศึกษาประวัติพระราชวังบุเรงนองหากพูดถึง “บุเรงนอง” แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะพระเจ้าบุเรงนอง เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของพม่า ด้วยวีรกรรมอันยิ่งใหญ่จากวรรณกรรม “ผู้ชนะสิบทิศ” ที่สร้างภาพพจน์สุดเท่ให้กับท่าน สำหรับชาวพม่า พระเจ้าบุเรงนองเป็นวีรกษัตริย์ผู้สร้างคุณอนันท์แห่งแผ่นดิน หงสาวดีให้เจริญมาจนถึงยุคสมัยนี้

“พระมหาเจดีย์ชเวดากอง” 

จากนั้นเดินทางต่อไปยัง “พระมหาเจดีย์ชเวดากอง”  คณาจารย์นำนิสิตเดินรอบเจดีย์และร่วมกันสวดมนต์นั่งสมาธิ

 

“พระเทพทันใจ”

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับย่างกุ้ง เพื่อชมเจดีย์โบตาทาว์ เพื่อขอพร “พระเทพทันใจ” เทพเจ้าศักดิ์ของชาวพม่าและชาวไทยจากนั้นนำท่านข้ามมายังฝั่งตรงข้ามของอีกถนน เพื่อกราบสักการะ เทพกระชิบ ซึ่งมีนามว่า “อะมาดอว์เมียะ” ตามตำนานกล่าวว่านางเป็นธิดาของพยานาค ที่เกิดความศรัธาในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้าจึงพาคณะกราบไหว้เพื่อขอพร จากนั้นเวลา ๑๙.๐๐ พร้อมด้วยคณะเดินทางกลับณ ประเทศไทย

 

 

waraporn pakpoom